วันพฤหัสบดี, 7 ธันวาคม 2566

ฝุ่นอุกกาบาตชนไดโนเสาร์ ทำโลกมืดเกือบ 2 ปี ฆาตกรตัวจริงที่ทำให้ชีวิตสูญพันธุ์ 75%

04 พ.ย. 2023
56

ฝุ่นอุกกาบาตชนไดโนเสาร์ ทำโลกมืดเกือบ 2 ปี ฆาตกรตัวจริงที่ทำให้ชีวิตสูญพันธุ์ 75%

ฝุ่นอุกกาบาตชนไดโนเสาร์ ทําโลกมืดเกือบ 2 ปี ฆาตกรตัวจริงที่ทําให้ชีวิตสูญพันธุ์ 75%

ปรากฏการณ์ฝุ่นอุกกาบาตชนโลกเมื่อ 66 ล้านปีก่อน เป็นเหตุการณ์สําคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก อุกกาบาตขนาด 10-15 กิโลเมตร พุ่งชนโลกที่บริเวณคาบสมุทรยูคาตัน ประเทศเม็กซิโก ในปัจจุบัน สร้างหลุมขนาด 150-200 กิโลเมตร ปลดปล่อยพลังงานมหาศาลกว่า 100 ล้านเมกะตัน ทําให้เกิดควันและฝุ่นฟุ้งกระจาย บดบังแสงอาทิตย์ โลกมืดมิดเป็นเวลานาน

ผลกระทบจากฝุ่นอุกกาบาตครั้งนั้นรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โลกมืดมิดเป็นเวลา 18-24 เดือน อุณหภูมิโลกตกต่ําลงอย่างรวดเร็ว 5-15 องศาเซลเซียส ก่อให้เกิดยุคน้ําแข็ง พืชพรรณตายหมด ห่วงโซ่อาหารถูกทําลาย สัตว์ใหญ่จํานวนมากสูญพันธุ์ โดยเฉพาะไดโนเสาร์กว่า 75% ของชนิดพันธุ์บนโลกสูญพันธุ์ไป รวมถึงสัตว์ชั้นสูงอย่างนก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ํานมหลายชนิด

หลังเหตุการณ์ครั้งสําคัญนี้ โลกใช้เวลาฟื้นตัวนานหลายล้านปี ก่อนจะกลับมามีชีวิตอุดมสมบูรณ์ได้อีกครั้ง แต่รูปแบบของสิ่งมีชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิม สัตว์เลื้อยคลานและนกกลายเป็นกลุ่มสัตว์ชั้นสูงใหม่ที่ครองโลก ส่วนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กเริ่มวิวัฒนาการจนกลายมาเป็นมนุษย์ในที่สุด

เหตุการณ์ฝุ่นอุกกาบาตชนโลกเมื่อ 66 ล้านปีก่อน แสดงให้เห็นถึงพลังอันสามารถทําลายล้างสิ่งมีชีวิตบนโลกได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง มันเป็นเหตุการณ์พลิกผันที่กลืนกินไดโนเสาร์และสิ่งมีชีวิตจํานวนมหาศาลไปจากโลก ก่อนเปิดทางให้สัตว์กลุ่มใหม่ปรากฏขึ้นมาแทนที่ จนนําไปสู่วิวัฒนาการของมนุษย์ในเวลาต่อมา